วิธี Backup Line Chat History จากไลน์ที่ส่งเข้า Line Keep หรือ อีเมลล์ ได้ง่ายๆ

1. เลือกห้องแชทที่เราต้องการจะ Backup จากนั้นกดเครื่องหมายลูกศรตรงมุมบนขวา > เลือก Chat setting > เลือก Backup Line Chat History (For Android)
2. จากนั้น LINE ก็จะถามว่าคุณต้องการ Backup อะไรบ้างแค่ข้อความ(Backup as Text File) หรือ ทั้งหมด(Backup All) แล้ว LINE ก็จะแจ้งอีกว่าแม้คุณจะทำการ Backup แล้วก็ตามแต่อาจจะมีข้อความเสียง หรือวีดีโอไม่สามารถเปิดได้ ดังนั้นถ้าใครจะเก็บข้อความเสียงหรือวีดีโอไวด้วยก็คงต้องเซฟกันเองอีกที
 

3.เพียงเท่านี้เราก็ Backup ข้อความสนทนาแห่งความทรงจำของเราได้แล้วซึ่งไฟล์ที่เราทำการ Backup ออกมานั้นปกติมันจะถูกเก็บไว้ในเครื่องของเราในโฟลเดอร์ LINE_Backup
ซึ่งไฟล์ที่ได้จะถูกบีบอัดอยู่ทีนี้เราอยากจะ Backup บทสนทนากับใครก็เข้าไปกด Backup ได้เลย

Cr Text : acerspace.com

วิธีสำรอง Backup Chat Line iOS ประวัติแชท LINE ย้ายเครื่องข้อมูล LINE ไม่หาย บน iPhone

วิธีสำรอง ประวัติแชท LINE


ขั้นที่ 1 อัปเดต LINE
Update Line เป็น Version ล่าสุดที่ App Store เพื่อใช้ฟังก์ชันดังกล่าว (เนื่องจากแต่ก่อนจะไม่มี)
ขั้นที่ 2 สำรองข้อมูล LINE Chat ขึ้น iCloud
ต้องทำการ Login iCloud บน iPhone เสียก่อน ไปที่ Settings (การตั้งค่า)> iCloud  ด้วย Apple ID ของคุณเอง
เปิด LINE เข้าไปที่เมนู
  • More> Settings> Chats & Voice Calls > Chat History Backup
  • เพิ่มเติม> ตั้งค่า> ห้องแชท> สำรองข้อมูลการแชท

ขั้นที่ 3 เริ่มสำรองข้อมูล
  • Back Up Now
  • สำรองข้อมูลตอนนี้

แนะทางออก กรณี Ensogo Thailand ปิดตัว

จากกรณี Ensogo ปิดกิจการในอาเซียน ซึ่งรวมไปถึงประเทศไทยด้วย ทำเอาผู้ที่ซื้อดีล และพ่อค้า แม่ค้า ที่ขายสินค้าผ่าน Ensogo เดือดร้อนมาก ทั้งนี่้ได้มีการรวมกลุ่มบนเพจ Facebook.com/SosadEnsogo/ เพื่อรวบรวมข้อมูล หลักฐาน และเป็นกระบอกเสียงในการขอคืนเงินจาก Ensogo  ทาง สพธอ. ย้ำชัด เจ้าของกิจการไม่สามารถปฏิเสธการใช้คูปองได้ โทรร้องเรียน 1212 หรือ 1166
เบื้องต้น คริส มาร์ซาเลก (Kris Marszalek) ซีอีโอผู้ร่วมก่อตั้ง Ensogo  ได้ลาออกจากตำแหน่งแล้ว ทั้งหมดนี้ Ensogo ให้เหตุผลว่า การตัดสินใจปิดกิจการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดขึ้นเพื่อสำรองเงินสดของบริษัทไว้หากกรณีมีการระดมเงินทุนในอนาคต อ้างอิง
ขณะนี้ ผู้ที่ซื้อดีล ได้รับความเดือดร้อนมาก เพราะซื้อดีลโรงแรม ที่พักไว้หลายหมื่น จากคำบอกเล่าของสมาชิก pantip บางคนแจ้งว่า เป็นพ่อค้า แม่ค้า ที่ขายสินค้าบน Ensogo สูญเงินหลักหมื่น
กระทู้ที่ร้องเรียน
สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) หรือ สพธอ. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงกรณี Ensogo Thailand ปิดตัวลงเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.59 ว่า ถือเป็นผลกระทบโดยตรงกับผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าออนไลน์ ดังนั้น ในประเด็นทางกฎหมาย การตกลงซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์เอ็นโซโก้ ถือเป็นธุรกรรมระหว่างเจ้าของสินค้า/บริการกับผู้บริโภคโดยตรง ตามที่ เจ้าของสินค้า/บริการบางรายลงโฆษณาผ่านช่องทางของเอ็นโซโก้ จะออกมาปฏิเสธการใช้คูปองของเอ็นโซโก้ ภายหลังจากที่เอ็นโซโก้ปิดตัวลง โดยอ้างว่า เจ้าของสินค้า/บริการไม่สามารถเข้าระบบหน้าร้านของเอ็นโซโก้ได้ หรือเจ้าของสินค้า/บริการไม่อาจเรียกเก็บเงินจากเอ็นโซโก้ในภายหลังได้
ทั้งนี้ สพธอ.เห็นว่าว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นกรณีที่เจ้าของสินค้า/บริการจะต้องไปเรียกเก็บเงินจากเอ็นโซโก้โดยตรง โดยไม่สามารถอ้างการปิดตัวของเอ็นโซโก้ เพื่อไม่ให้บริการหรือส่งมอบสินค้าแก่ผู้บริโภคได้ เพราะธุรกรรมระหว่างเจ้าของสินค้า/บริการและผู้บริโภคถือว่าเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว ในส่วนของเงิน Ensogo cash ที่ประชาชนซื้อโดยตรงจากเอ็นโซโก้ประชาชนย่อมมีสิทธิตามกฎหมายในการฟ้องร้องเรียกเงินคืนจากเอ็นโซโก้ได้โดยตรง
สำหรับ แนวทางในการดำเนินการสำหรับเจ้าของสินค้า/บริการ ถือว่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นเป็นธุรกรรมระหว่างเจ้าของสินค้า/บริการและผู้บริโภคโดยตรงตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเจ้าของสินค้า/บริการไม่สามารถปฏิเสธการใช้คูปองหรือให้บริการแก่ผู้บริโภคที่ซื้อดีลนั้นๆ ได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าของสินค้า/บริการควรจะต้องยื่นหนังสือหรือดำเนินการทางกฎหมายที่จำเป็นต่อเอ็นโซโก้เพื่อเรียกเงินค่าสินค้าหรือบริการที่ผู้บริโภคได้ชำระผ่านช่องทางของเอ็นโซโก้โดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายในการใช้คูปองหรือดีลที่ตนเองซื้อมาผ่านช่องทางของเอ็นโซโก้ตามโฆษณา ที่ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของ เอ็นโซโก้ ทั้งนี้ หากเจ้าของสินค้า/บริการรายใดปฏิเสธการให้สินค้าหรือบริการผู้บริโภคสามารถร้องเรียนไปยังศูนย์รับเรื่องปัญหาร้องเรียนออนไลน์ 1212 ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการดูแลเรื่องนี้ หรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค 1166
หากผู้บริโภคไม่ประสงค์ที่จะรับสินค้า/บริการจากเจ้าของสินค้า/บริการอีกต่อไป ผู้บริโภคย่อมมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 ในการขอยกเลิกการซื้อสินค้าหรือขอรับบริการภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ซื้อหรือขอรับบริการ หรือภายใน 30 วันนับแต่วันถึงกำหนดการส่งมอบหรือบริการ
“หากผู้บริโภคพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รับสินค้าหรือไม่ได้รับบริการในกรณีดังกล่าว ขอให้ผู้บริโภคแจ้งเรื่องไปยังธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตเพื่อขอให้ระงับการจ่ายเงินไปยังเอ็นโซโก้ ทั้งนี้ ในส่วนของสินค้าหรือบริการ รวมถึง Ensogo Cash ที่เป็นบริการโดยตรงของเอ็นโซโก้ ขอให้ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายสามารถประสานงานได้ทั้งสองช่องทาง คือ 1212 ที่ สพธอ. จะประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อให้เอ็นโซโกเยียวยาความเสียหายดังกล่าวต่อไป”




ทั้งนี้ เพจ รวมผู้ได้รับผลกระทบensogo ได้แนะนำการเก็บหลักฐานเพื่อยื่นร้องเรียนและฟ้องเรียกเงินคืน ดังนี้
ที่มา : http://www.adslthailand.com/
         https://www.facebook.com/SosadEnsogo

How to (The remote session was disconnected because there are no Remote Desktop)

"The remote session was disconnected because there are no Remote Desktop client access licenses available for this computer. Please contact the system administrator"


1. Run > Regedit
2. HKEY_LOCAL_MACHINE – Software – Microsoft – MSLicensing
3. Delete > MSLicensing
4. Restart Server

ความรู้เบื้องต้น E-Commerce

E-business คืออะไร
e-Business นั้น คือ การดำเนินกิจกรรมทาง "ธุรกิจ"ต่างๆ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
การใช้คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและอินเทอร์เน็ต เพื่อทำให้กระบวนการทางธุรกิจ มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของคู่ค้า และลูกค้าให้ตรงใจ และรวดเร็วและเพื่อลดต้นทุน และขยายโอกาสทางการค้า และการบริการ เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลจะมีคำศัพท์ที่ได้ยินบ่อยๆ อาทิ
BI=Business Intelligence: การรวบรวมข้อมูลข่าวสารด้านตลาด ข้อมูลลูกค้า และ คู่แข่งขัน
EC=E-Commerce: เทคโนโลยีที่ช่วยทำให้เกิดการสั่งซื้อ การขาย การโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ต
CRM=Customer Relationship Management:
การบริหารจัดการ การบริการ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจกับทั้งสินค้า บริการ และ บริษัท – ระบบ CRM จะใช้ไอทีช่วยดำเนินงาน และ จัดเตรียมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการบริการลูกค้า
SCM=Supply Chain Management: การประสาน ห่วงโซ่ทางธุรกิจ ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ ผู้ผลิต ผู้จัดส่ง ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก จนถึงมือผู้บริโภค
ERP=Enterprise Resource Planning: กระบวนการของสำนักงานส่วนหลัง และ การผลิต เช่น การรับใบสั่งซื้อการจัดซื้อ การจัดการใบส่งของ การจัดสินค้าคงคลัง แผนและการจัดการการผลิต– ระบบ ERP จะช่วยให้ประบวนการดังกล่าวมีประสิทธิภาพและลดต้นทุน
E-Commerce คืออะไร
E-Commerce มีชื่อที่แปลเป็นภาษาไทยว่า "พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์" โดยความหมายของคำว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีผู้ให้คำนิยามไว้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีคำจำกัดความใดที่ใช้เป็นคำอธิบายไว้อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีดังนี้
"พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การดำเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์" (ศูนย์พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, 2542)"
"พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การผลิต การกระจาย การตลาด การขาย หรือการขนส่งผลิตภัณฑ์และบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์" (WTO, 1998)
"พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ ธุรกรรมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ทั้งในระดับองค์กรและส่วนบุคคล บนพื้นฐานของ การประมวลและการส่งข้อมูลดิจิทัลที่มีทั้งข้อความ เสียง และภาพ" (OECD, 1997)
จากความหมายของ e-business กับ e-commerce จะเห็นได้ว่าสองคำนี้มีความหมายที่ใกล้เคียงกัน แต่อันที่จริงแล้วมีความหมายต่างกัน
โดย e-business สรุปความหมายได้ว่าคือการทำกิจกรรมทุกๆอย่าง ทุกขั้นตอนผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีขอบเขตกว้างกว่า แต่ e-commerce จะเน้นที่การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนตเท่านั้น
จึงสรุปได้ว่า e-commerce เป็นส่วนหนึ่งของ e-business
ประเภทของ E-Commerce
ผู้ประกอบการ กับ ผู้บริโภค (Business to Consumer - B2C)
คือการค้าระหว่างผู้ค้าโดยตรงถึงลูกค้าซึ่งก็คือผู้บริโภค เช่น การขายหนังสือ ขายวีดีโอ ขายซีดีเพลงเป็นต้น
ผู้ประกอบการ กับ ผู้ประกอบการ (Business to Business – B2B) คือการค้าระหว่างผู้ค้ากับลูกค้าเช่นกัน แต่ในที่นี้ลูกค้าจะเป็นในรูปแบบของผู้ประกอบการ ในที่นี้จะครอบคลุมถึงเรื่อง การขายส่ง การทำการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain Management) เป็นต้น ซึ่งจะมีความซับซ้อนในระดับต่างๆกันไป
ผู้บริโภค กับ ผู้บริโภค (Consumer to Consumer - C2C) คือการติดต่อระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคนั้น มีหลายรูปแบบและวัตถุประสงค์ เช่นเพื่อการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ในกลุ่มคนที่มีการบริโภคเหมือนกัน หรืออาจจะทำการแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง ขายของมือสองเป็นต้น
ผู้ประกอบการ กับ ภาครัฐ (Business to Government – B2G)
คือการประกอบธุรกิจระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ ที่ใช้กันมากก็คือเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ หรือที่เรียกว่า e-Government Procurement ในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว รัฐบาลจะทำการซื้อ/จัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
ภาครัฐ กับ ประชาชน (Government to Consumer -G2C)ในที่นี้คงไม่ใช่วัตถุประสงค์เพื่อการค้า แต่จะเป็นเรื่องการบริการของภาครัฐผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยเองก็มีให้บริการแล้วหลายหน่วยงาน เช่นการคำนวณและเสียภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต, การให้บริการข้อมูลประชาชนผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น เช่นข้อมูลการติดต่อการทำทะเบียนต่างๆของกระทรวงมหาดไทย ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างในการทำเรื่องนั้นๆ และสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มบางอย่างจากบนเว็บไซต์ได้ด้วย
Cr : thaiecommerce.org

KB,MB,GB,TB คืออะไร? มีความแตกต่างกันอย่างไร?

KB,MB,GB,TB เป็นหน่วยวัดของข้อมูลที่เราจะเห็นกันเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในคอมพิวเตอร์ (ความจุของ Harddisk), โทรศัพท์มือถือ (ความจุของ Memory Card), อินเทอร์เน็ต (ปริมาณการรับ-ส่งข้อมูล) และอีกมากมายที่เกี่ยวข้องในวงการเทคโนโลยีครับ โดยแต่ละตัวจะมีความหมายดังนี้
KB ย่อมาจาก กิโลไบต์ (Kilobyte)
MB ย่อมาจาก เมกะไบต์ (Megabyte)
GB ย่อมาจาก กิกะไบต์ (Gigabyte)
TB ย่อมาจาก เทระไบต์ (TaraByte)

สำหรับการเปรียบเทียบ KB,MB,GB,TB เป็นดังนี้ครับ
1024 Byte = 1 Kilobyte (KB)
1024 Kilobyte (KB) = 1 Megabyte (MB)
1024 Megabyte (MB) = 1 Gigabyte (GB)
1024 Gigabyte (GB) = 1 TaraByte (TB)
ส่วนค่าสูงหรือต่ำกว่า ก็มีครับ แต่ยังไม่จำเป็น เช่น Nano, Pico, micro

Server คืออะไร ทำหน้าที่อะไร มีประโยชน์อย่างไร Server มีกี่ประเภท

การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแต่ละครั้งเราต้องมีการเชื่อมต่อไปยัง Server ซึ่งหลายคนก็คงได้ยินคำว่า Server กันมาบ้างแล้วและคงเคยมีใครถามว่า Server คืออะไร หลายคนก็ยังสงสัยว่า Web server, Mail server, DNS server และ Database server แตกต่างกันอย่างไร แล้วเมื่อพูดถึง Server จริงๆแล้วหมายถึง Server แบบไหนกันแน่

Server คืออะไร
เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถที่สูง และมีโปรแกรมในที่ค่อยให้บริการกับลูกข่ายที่เข้ามาเชื่อมต่อกับ Server
โดยส่วนมากแล้วเครื่อง Server จะแบ่งเป็น 2 แบบด้วยกันคือ
1. แบบ Rack จะมีลักษณะเป็นแท่งสีเหลี่ยมยาว ๆ เพราะถ้าใช้แบบ Rack ค่าบริการที่จะนำ Server ไปวางไว้ที่ Data Center ก็จะถูกกว่าแบบ Tower
2. แบบ Tower หน้าตาจะเหมือนกับ PC ทั่ว ๆ ไปที่ใช้กันในบ้าน และค่าบริการการวางที่ Data Center ก็จะเแพงกว่าแบบ Rack เกือบเท่าตัว
ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเครื่อง Server จะเป็น 3 ระบบปฏิบัติการนี้คือ
1. Linux สำหรับ Linux Distribution ที่ได้รับความนิยมได้แก่ Debian, Ubuntu, Redhat และ Fedora เป็นต้น Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งมีนักพัฒนาอยู่ทั่วโลกร่วมกันพัฒนาด้วย
2. Windows สำหรับ Windows ที่นิยมใช้เป็น server ได้แก่ Windows Server 2003 และ Windows Server 2008 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการจากไมโครซอฟท์ที่มีความเสถียรและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
3. Unix สำหรับ Unix สำหรับระบบปฏิบัติการนี้เป็นระบบปฏิบัติการณ์ที่เก่าแก่ระบบหนึ่ง ที่ยังใช้งานอยู่จนถึงทุกวันนี้ ได้แก่ BSD
Server ทำหน้าที่อะไร
Server ทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ให้บริการต่าง ๆ ในโครงข่ายอินเตอร์เน็ต หรือโครงข่ายที่มีลูกข่าย เมื่อมีผู้ใช้งานมาขอใช้บริการ Server เครื่อง Server จะจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ในเครื่องเพื่อให้บริการในทันที

ซึ่งบริการของ Server นั้นมีหลากหลายอย่างด้วยกัน โดยสามารถแบ่งได้เป็น 4 หน้าที่หลัก ๆดังต่อไปนี้
1. Web server คือโปรแกรมที่มีหน้าที่ให้บริการด้านการจัดการเว็บไซต์ โดยส่วนมากโปรแกรมที่นิยมใช้เป็น Web server จะเป็น Apache web server
2. Mail server คือโปรแกรมที่มีหน้าที่ให้บริการด้าน E-mail โปรแกรมที่ใช้ในด้าน Mail server มีอยู่หลายโปรแกรมด้วยกันแต่ที่นิยมกันจะมีอยู่ 3 โปรแกรมคือPostfix, qmail, courier
3. DNS server คือโปรแกรมที่มีหน้าที่ให้บริการด้านโดเมนเนมที่จะค่อยเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการให้เป็น IP Address โปรแกรมที่นิยมใช้คือ bind9
4. Database server คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านการจัดการดูแลข้อมูลต่างๆภายในเว็บไซต์ โปรแกรมที่มีการใช้งานส่วนใหญ่จะเป็น mysql, postgresql, DB2
โดยการทำงานของ Server จะทำงานพร้อมกันหลาย ๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน เนื่องจากความสามารถของเครื่อง Server ส่วนใหญ่จะมีความสามารถที่สูง โดยการทำงานแต่ละอย่างของ Server จะทำงานใน Port ที่ต่างกันไป
Server มีประโยชน์อย่างไร
Server เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการให้บริการที่สูงมาก โดยประโยชน์หลัก ๆของ Server นั้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คอยให้บริการกับผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่เข้ามาขอใช้บริการ
นอกจากที่เครื่อง Server ยังสามารถนำมาใช้ในสำนักงานได้อีกด้วย โดยประโยชน์ในการใช้เครื่อง Server ในสำนักงาน คือ ช่วยให้ประหยัดทรัพยากรต่าง ๆได้ เพราะว่าคอมพิวเตอร์ทุกตัวสามารถใช้งานทรัพยากรนั้น ๆ ได้เช่น เครื่องพิมพ์ ฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น
Server มีกี่ประเภท
Server สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทด้วยกัน โดยแบ่งตามลักษณะการทำงานเป็นหลัก
1. File Server มีหน้าที่ในการจัดเก็บไฟล์เหมือนกับฮาร์ดดิสก์ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถที่จะนำไฟล์มาฝากไว้ใน File Server ได้
2. Print Server มีหน้าที่ในการเชื่อมต่อเครื่องปริ้นท์ให้สามารถใช้งานกับคอมพิวเตอร์ลูกข่าย เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากรนั่นเอง ซึ่งส่วนมากจะมีใช้ในองค์กรขนาดใหญ่
3. Database Server มีหน้าที่ในการรันระบบที่เป็นฐานข้อมูล DBMS (Database Management System ) ซึ่งเป็นโปรแกรมฐานข้อมูลและตัวจัดการฐานข้อมูล เช่น SQL , Informix
4. Application Server มีหน้าที่ในการรันโปรแกรมประยุกต์ โดยมีการทำงานที่สอดคล้องกับผู้ใช้งาน
Server เป็นอุปกรณ์ที่มีส่วนสำคัญมากในระบบอินเตอร์เน็ตและในระบบเครือข่าย ซึ่งความสามารถของ Server นั้นเราสามารถประยุกต์ใช้ได้ตามหน้าที่และลักษณะงานให้เข้ากับ Server ประเภทต่าง ๆเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีที่สุดนั่นเอง
Cr : เกร็ดความรู้.net

ประเภทของ Firewall ที่ใช้กันในปัจจุบัน

สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
  1. Software Firewall ประเภทนี้ก็ตรงตัวเลยคือเป็น Firewall ที่เป็นซอฟท์แวร์ เวลาใช้งานก็ติดตั้งบนเครื่อง Server ทั่วไปได้เลย อาจจะเป็น PC ธรรมดาๆก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ISA Server, Checkpoint, IPTABLES
  2. Appliance Firewall ประเภทนี้ผู้ผลิตจะติดตั้ง Firewall ลงมาบน Hardware ของตัวเองเลย ไม่สามารถติดตั้งบนเครื่องธรรมดาทั่วไปได้ ยกตัวอย่างเช่น Juniper, Checkpoint (เจ้านี้ทำมาหลายแบบครับ), Fortigate, Stonegate


ข้อดีของ Software Firewall 
  1. สามารถใช้ฮาร์ดแวร์อะไรก็ได้มาติดตั้ง ขอแค่ให้มีแรงรันมันได้เป็นพอ
  2. บางเจ้าแจกให้ใช้กันฟรี
  3. ราคาของอุปกรณ์ไม่แพงมากเหมือน Appliance
  4. หากมีประสบการณ์ การ Tune Up จะเล่นได้มากมาย
  5. มักจะไม่หยุมหยิมในเรื่องของ License ที่บางเจ้าที่ทำ Appliance ชอบแยก Feature อต่ละอย่างมาขายเป็น License
  6. มี Knowledge Base มากมาย
ข้อดี ของ Appliance Firewall
  1. มีความเสถียรสูง เพราะ OS ที่ใช้ผ่านการ Tuning มาเรียบร้อยแล้ว
  2. มีความปลอดภัยสูง เพระา OS ที่ใช้โดน Hardening มาอย่างดี
  3. เวลามีปัญหา รีเซตและมักจะรอด
  4. การ Support จากคนขายค่อนข้างดีแทบทุกเจ้า เนื่องจากอุปกรณ์ราคาแพง และต้องอยู่กันยาวนาน
  5. เวลาคอนฟิกได้จะดูหล่อมาก เนื่องจากของประเภทนี้มี Knowledge อยู่ในวงจำกัด แต่หากไม่ได้ เตรียมขี้เหร่ออกจากไซต์

Cr : izitcer.com