Steve Jobs (ประวัติ สตีฟ จอบส์)

ประวัติ สตีฟ จอบส์

สตีเวน พอล จอบส์ (Steve Jobs) เกิดวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1955 เกิดที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นบุตรบุญธรรมของนายพอล และนางคลารา จอบส์ ส่วนบิดา มารดาที่แท้จริงของจอบส์ คือ บิดา อับดุลฟัตตะห์ จันดาลี มารดา โจแอน ซิมป์สัน สตีฟ จอบส์ เข้าพิธีสมรส กับ ลอเรนซ์ โพเวลล์ เมื่อวัน18 มีนาคม ค.ศ. 1991 และมีบุตรด้วยกันสามคน สตีฟ จอบส์ ยังมีลูกสาวหนึ่งคน ชื่อลิซา จอบส์ ที่เกิดจากสตรีผู้หนึ่งซึ่งเขาไม่ได้แต่งงานด้วย สตีฟ จอบส์ นับถือศาสนา พุทธเซน สตีฟ จอบส์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน วัย 56 ปี 

การศึกษา

ในปีค.ศ. 1972 สตีฟ จอบส์ จบการศึกษาจาก โฮมสตีดไฮสคูล ในเมืองคิวเปอร์ทีโน มลรัฐแคลิฟอร์เนีย และได้สมัครเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยรีด (Reed College) ในเมืองพอร์ตแลนด์ มลรัฐโอเรกอน แต่ก็ต้องลาพักการเรียนหลังจากเข้าเรียนได้เพียงหนึ่งภาคการศึกษา หลายปีต่อมา ในปาฐกถาครั้งหนึ่งในพิธีสำเร็จการศึกษาของบัณฑิตมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ปีค.ศ. 2005 สตีฟ จอบส์ ได้กล่าวว่าเพราะเขาลาพักเรียนไป จึงมีเวลาเข้าชั้นเรียนคัดตัวหนังสือ
“ถ้าผมไม่ได้เรียนวิชานั้นที่วิทยาลัยรีด เครื่องแมคอินทอชคงจะไม่มีรูปแบบอักษรหลากหลาย และปราศจากฟอนต์ที่มีการแบ่งระยะห่างอย่างถูกสัดส่วนเช่นนี้“

ผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิล

เขาร่วมก่อตั้งแอปเปิลคอมพิวเตอร์กับสตีฟ วอซเนียก
– ปี ค.ศ. 1976 เป็นผู้มีส่วนช่วยทำให้แนวความคิดเรื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นที่นิยมขึ้นมา ด้วยเครื่อง Apple II ต่อมา เขาเป็นผู้แรกที่มองเห็นศักยภาพทางการค้าของส่วนประสานงานผู้ใช้แบบกราฟิกส์และเม้าส์ ที่ถูกพัฒนาขึ้นในศูนย์วิจัยซีร็อกซ์พาร์ค ของบริษัทซีร็อกซ์ และได้มีการผนวกเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าไว้ในเครื่องแมคอินทอช หลังพ่ายแพ้ในการแย่งชิงอำนาจกับคณะกรรมการบริหาร
– ปี ค.ศ. 1984 สตีฟ จอบส์ ลาออกจากแอปเปิลและก่อตั้งเน็กซ์ บริษัทพัฒนาแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในการศึกษาขั้นอุดมศึกษาและตลาดธุรกิจ การซื้อกิจการเน็กซ์ของแอปเปิล
– ปี ค.ศ. 1996 ทำให้ จอบส์กลับเข้าทำงานในบริษัทแอปเปิลที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นนั้น และเขารับหน้าที่ CEO ตั้งแต่ ค.ศ. 1997 ถึง 2011 สตีฟ จอบส์ ยังเป็นประธานกรรมการบริหาร และผู้บริหารระดับสูงของพิกซาร์แอนิเมชันสตูดิโอส์ ผู้นำด้านการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ ทั้งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ 50.1% กระทั่งบริษัทวอลต์ดิสนีย์ซื้อกิจการไป
– ปี ค.ศ. 2006 สตีฟ จอบส์ เป็นผู้ถือหุ้นมากที่สุดของดิสนีย์ที่ 7% และเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารของดิสนีย์
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2004 สตีฟ จอบส์ ได้เข้ารับการผ่าตัดเอาเนื้องอกมะเร็งออกจากตับอ่อน เขาเป็นโรคมะเร็งในตับอ่อนซึ่งในแบบที่พบได้น้อยมาก ที่เรียกว่า “เนื้องอกในเซลล์ที่ผลิตอินซูลินอันส่งผลต่อระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย” (islet cell neuroendocrine tumor) ซึ่งเป็นเนื้องอกที่ไม่ต้องการเคมีบำบัด หรือรังสีบำบัดแต่อย่างใด ระหว่างที่เขาป่วย ทิม คุก ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานขายและปฏิบัติการทั่วโลกของแอปเปิลเป็นผู้บริหารงานแทน
“สตีฟ จ็อบส์ เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับอ่อน ด้วยวัย 56 ปี เขาจากไปอย่างสงบ พร้อมกับขอบคุณผู้ที่ให้กำลังใจในการต่อสู้กับโรคร้ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา“

The Original 1984 Macintosh Introduction: the magic moment, when Steve Jobs unveils the Macintosh and releases it from its bag.


Apple Music Event 2001-The First Ever iPod Introduction


Steve Jobs' 2005 Stanford Commencement Address



เรียนรู้เพิ่มเติม : th.wikipedia.org/

ซีอีโอ CEO (Chief Executive Officer) คืออะไร


CEO (Chief Executive Officer)
CEO คืออะไร
ทุกวันนี้เราจะได้ยินคำว่า CEO บ่อยมาก ทั้งในวงการาชการ และวงการธุรกิจ CEO ย่อมาจากคำว่า Chief Executive Officer หมายถึง บุคคลที่มีอำนาจและความรับผิดชอบสูงสุดในองค์การหรือบริษัท แนวคิด CEO มาจากแนวคิดของระบบธุรกิจอเมริกัน ที่นิยมการบริหารงานที่ค่อนข้างเด็ดขาด รวดเร็ว และการตัดสินสินที่ฉับพลันไม่งุ่มง่าม เพราะในวงการธุรกิจ เต็มไปด้วยการแข่งขัน ฉกฉวยแย่งชิงโอกาส ไม่ว่าจะเป็นผลิต หรือการช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาด และในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลควบคุมการใช้บุคลากรให้เต็มศักยภาพ และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวคิดนี้มีหลักที่สำคัญคือ ประธานหรือหัวหน้าฝ่ายบริหารสูงสุดของบริษัท ได้รับมอบอำนาจหน้าที่จากคณะกรรมการอำนวยการ หรือบอร์ดของบริษัท ให้มีอำนาจในการจัดการ ซึ่งรวมถึงการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจ และการใช้อำนาจจัดการบริษัทอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เนื่องจากหัวหน้าฝ่ายบริหารดังกล่าวจะเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญที่จะทำให้บริษัท มีกำไร หรือขาดทุน มีความเจริญก้าวหน้าหรือความอยู่รอดขององค์การ ดังนั้นผู้ที่เป็น CEO จึงต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้และความสามารถสูง
หน้าที่หลักของ CEO คืออะไร
1.เป็นกรรมการบริหาร สนับสนุนการทำงานขององค์การ
2.รับผิดชอบด้านการออกแบบ การวางแผนตลาด การประชาสัมพันธ์ การผลิต การบริการ
3.บริหารจัดการด้านการเงิน ภาษี การจัดการความเสี่ยง
4.การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในองค์การ
5.การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์องค์การ
6.จัดการด้านงบประมาณเพื่อพัฒนาองค์การ
บทบาทโดยทั่วไปของ CEO มีอะไรบ้าง
1. ในฐานะผู้นำ
-เป็นผู้แทนองค์การ เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำในองค์การ
2. ในฐานะผู้บริหาร
-วางกลยุทธ์ สร้างวัฒนธรรมองค์การ ปกครองดูแล บริหารจัดการองค์การ
3. ในฐานะผู้ตัดสินใจ
-ตัดสินใจ แนะนำการปฏิบัติงานให้กับบุคลากร นำเสนอนโยบาย
4. ในฐานะผู้จัดการ
-จัดการทรัพยากรในองค์การ ปรับปรุงแผนงาน
5. ในฐานะนักพัฒนา
-นำสิ่งใหม่มาเพื่อความเจริญก้าวหน้า เทคโนโลยี ความรู้
ผู้ที่เป็น CEO ควรมีคุณลักษณะอย่างไร
1. มีความรู้ในด้านการบริหารจัดการ
2. มีภาวะผู้นำ
3. มีความรู้ด้านการวางแผน
4. มีความรู้ด้านการประชาสัมพันธ์
5. มีความสมารถในการติดต่อสื่อสาร การใช้สื่อเทคโนโลยี
6. มีความสามารถด้านการเงินและงบประมาณ
7. มีความรู้ด้านบริหารจัดการเปลี่ยนแปลง
8. มีความรู้ด้านการตลาด
9. มีวิสัยทัศน์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
10. มีความสามารถในการควบคุม
11. มีความสามารถในการประเมิน
12. มีความสามารถในการแก้ปัญหา
13. กล้าตัดสินใจ
14. มีคุณธรรม
ที่มา : blog.eduzones

เบื้องหลังของ Jerry Yang (เจอร์รี หยาง) ก่อนพ้นตำแหน่งจาก Yahoo!

เมื่อปีที่แล้วคิดว่าหลายๆ คนคงพอจำได้ว่ามีข่าว Jerry Yang ผู้ก่อตั้ง Yahoo! ได้ลาออกจากบริษัทที่ตัวเองร่วมสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรง จนระยะหลัง Yahoo! ได้ CEO คนใหม่อย่าง Marissa Mayer ที่กอบกู้สถานการณ์ได้สำเร็จ มีคนบอกว่าผมในฐานะ "อดีตคนใน" น่าจะออกมาเขียนถึงเรื่องนี้ เลยกลายเป็นบทความนี้ครับ
ตอนแรกมีข่าวว่า Jerry Yang ผู้ก่อตั้ง Yahoo! ลาออกจากบอร์ดบริหาร ตอนแรกผมก็แปลกใจไม่ได้เพราะไม่คิดว่า Jerry จะออกจากบริษัทที่ตัวเองสร้างมากับมือได้ สมัยผมทำงานที่นั่น Jerry เองก็เป็นที่รักของพนักงานทุกๆ คน ถึงขั้นว่าตอนที่เขาขึ้นมาเป็น CEO ในอาทิตย์แรก มีคนตั้งกลุ่ม Yahoo! Group แบบ internal เอาไว้เชียร์ Jerry โดยเฉพาะเลยทีเดียว
"ทำไมพนักงาน Yahoo! ถึงรัก Jerry นัก? อ่านเรื่องราวของเขากันนะครับ"
ย้อนกลับไปในอดีต… Jerry Yang เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 1968 กรุงไทเป ไต้หวัน ในวัยเด็กเขาย้ายตามครอบครัวจากกรุงไทเป สู่ เมืองซานโฮเซ่ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เติบโตและร่ำเรียนทางสายวิศกรรมไฟฟ้าที่ Stanford University ขณะที่เรียนหนังสือก็เจอกับเพื่อนคู่ซี้อย่าง David Filo และร่วมกันสร้างเว็บไซต์ที่เขาตั้งชื่อมันว่า "Jerry and Dave's Guide to the World Wide Web" ซึ่งเป็นเว็บรวมลิงก์ใน Stanford ในปี 1994 ปรากฏว่าทำไปทำมา มีคนสนใจเยอะ เลยต้องหยุดพักการเรียนปริญญาเอก และโดดออกมาทำเป็นเรื่องเป็นราว พร้อมกับตั้งชื่อใหม่ว่า "Yahoo!"
Jerry และ David เริ่มต้นสร้าง Yahoo! จากการเป็นเว็บ Portal หรือที่เมืองไทยเรียกกันว่า "เว็บท่า" ซึ่งเป็นเว็บรวมลิงก์ทุกสิ่งทุกอย่างในสากลโลกเพื่อให้คนค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็ว ทำให้ Yahoo! กลายเป็นเว็บไซต์ที่มีคนเข้ามากที่สุดในโลก จากนั้นก็เกิดการเลียนแบบนวัตกรรมนี้ทั่วโลก อย่างในเมืองไทยก็มี Sanook! Kapook! Mthai ที่สร้างเว็บขึ้นมาในยุคใกล้ๆ กัน
ช่วงกลางปี 2007 ถึงต้นปี 2009 Jerry ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักลงทุนรวมถึงสื่อมวลชนว่าไม่สามารถพลิกฟื้น Yahoo! ได้ ราคาหุ้นตกลงเรื่อยๆ แต่ที่ดูจะเป็นข่าวใหญ่ที่สุดก็คือตอนที่ Microsoft ยื่นข้อเสนอขอซื้อกิจการ Yahoo! ในราคา 33 เหรียญสหรัฐฯ ต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่หลายคนมองว่าดี แต่ทางบอร์ดผู้บริหารของ Yahoo! (ซึ่งมี Jerry รวมอยู่ด้วย) มองว่ามูลค่าต่ำเกินไป ช่วงนั้นมีบล็อกเกอร์สัมภาษณ์ Jerry บ่อยครั้งว่าทำไมถึงไม่ยอมขาย เขาถึงกับต้องออกมาพูดว่า "ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่ขาย แต่คุณค่าของ Yahoo! สูงกว่าที่ Microsoft เสนอมา" หลายคนเชียร์กันให้ขาย แต่ตอนนั้นที่ผมรู้มา Yahoo! มันมี value มากกว่านั้นจริงๆ
เรื่องการบริหาร และธุรกิจ คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยินจากข่าวต่างๆ มาบ้างแล้ว แต่เบื้องหลังที่อาจไม่ค่อยมีใครรู้ว่าทำไมข้างในถึงสามัคคีกันนัก นั่นเป็นเพราะแนวทางที่ Jerry และ David สร้างวัฒนธรรมองค์กรหลายๆ อย่างที่หล่อหลอมให้พนักงาน Yahoo! รักองค์กร มีอะไรพูดคุยกับ Jerry ได้ตลอด ใช้เวลาร่วมกันกับพนักงานทั้งในเวลาที่สุขสนุกกันสุดๆ และในวันที่ซบเซา
ขณะกำลังเล่นซูโม่กันในบริษัท
ในการทำงานของ Yahoo! Jerry เคยสร้าง Yahoo! Brickhouse ที่เป็น idea incubator เพื่อจะสร้าง start-up environment ภายในบริษัท เวลาพนักงานอยากจะทำอะไรใหม่ๆ ที่อาจกลายมาเป็น product ใหม่ของบริษัทได้ แต่คุณไม่มีเงินมากพอ คุณสามารถทำ proposal ไปเสนอเพื่อขอ "Jerry's fund" ได้
นอกจากนี้เขายังเป็นคนตั้งธรรมเนียมน่ารักๆ อะไรหลายๆ อย่างที่ทุกคนจะรู้ดีเช่น ทำงานมา 5 ปีจะได้รับเครื่องขายขนมไข่ตรา Yahoo! ที่เป็นสัญญลักษณ์ว่า "5 years in service" ส่วนใครทำงานครบ 10 ปีจะได้เครื่องชงเอสเปรสโซ่ตรา Yahoo! เวลาเขียนอีเมลภายในหา Jerry พยายามเขียนด้วยตัวอักษรที่ไม่ใช่ Capital letter เพราะบุคลิกของ Yahoo! จะต้องอ่อนน้อมถ่อมตน และถ้าใครใช้ Capital letter (ซึ่ง represent การโอ้อวด) Jerry จะเขียนกลับเป็นอักษรตัวเล็กหมด เพื่อเป็นการเตือนความทรงจำ นอกจากนั้น Jerry และ David ผู้ร่วมก่อตั้งยังคงร่วมบริหารบริษัทอย่างต่อเนื่อง แต่หลังๆ พอสถานการณ์เริ่มตึงเครียด Jerry ขึ้นมาเป็น CEO แต่แรงกดดันของนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น
หลังจากนั้นด้วยแรงกดดัน Yahoo! ก็เปลี่ยนตัว CEO มาเป็น Carol Bartz แต่หลังจากที่ Carol บริหารไปได้ปีกว่า ก็มีข่าวว่าเธอถูกบอร์ดบริหารไล่ออก ทำให้ Tim Morse ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินเข้ามาดูแลแทนชั่วคราว จนกระทั่ง Yahoo! ได้ Scott Thompson อดีตผู้บริหารจาก PayPal และทันใดนั้นเอง Jerry ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งทุกตำแหน่งในบริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งมาถึง 17 ปีเต็ม รวมถึงตำแหน่งใน Alibaba และ Yahoo! Japan ท่ามกลางคำถามของหลายต่อหลายคนว่าเขาจะไปไหน ทำอะไรต่อไป (จากนั้น Yahoo! ถึงได้ Marissa Mayer มา) และเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรครั้งใหญ่
ในวันนั้น ผมโทรกลับไปถามเพื่อนๆ ที่สิงคโปร์ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างเป็นอย่างที่ทุกคนเห็นในข่าวจริงหรือ ไม่มีใครตอบอะไรผม แต่สิ่งที่ผมได้คำตอบแบบที่แอบเศร้าใจไม่ได้ก็คือ (ไม่ได้ดราม่านะครับ แต่นี่เรื่องจริงเลย)… หลังจากที่มีการประกาศออกมาว่า Jerry จะลาออกจากบริษัทที่เขาร่วมก่อตั้งมา Jerry บินไปหาพนักงานทุกคนทั่วโลกทีละประเทศแบบลับๆ และบอกลาทุกคนด้วยตัวเอง เรื่องที่เพื่อนผมเล่าก็คือ Jerry บินมาถึงสิงคโปร์เงียบๆ เป็นที่สุดท้ายก่อนที่จะบินกลับอเมริกา และมาบอกลาทุกคนว่าขอให้ตั้งใจทำงานกันต่อไป ในการมาสิงคโปร์ครั้งนี้ Jerry ก็นัดประชุม Townhall meeting (ประชุมที่พนักงานทุกคนรวมตัวกัน) มีเพียงวาระเดียวคือ "การบอกลา" จากนั้นเขาก็ให้พนักงานตั้งคำถามอะไรก็ได้
มีพนักงานถามว่า "ถ้าหากคุณย้อนเวลาได้ คุณจะทำอะไร คุณจะแก้ไขอะไร" Jerry ตอบว่า "เราเข้ามหาชนเร็วเกินไป" คำตอบนี้เหมือนกับที่เขาเคยพูดเอาไว้ในปี 2004 และเป็นคำตอบสุดท้ายก่อนจะปิดประชุม และลาทุกคนอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบัน Jerry Yang ยังคงอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา คาดว่ายังคงทำงานเบื้องหลังให้กับ startup รุ่นใหม่ในฐานะ Venture Capital และคาดว่ายังคงเป็นบอร์ดบริหารอยู่ใน Asian Pacific Fund และ Ciscoรวมถึงบอร์ดของ Stanford University

อ่านต่อเพิ่มเติม : th.wikipedia.org
ที่มา : thumbsup.in.th​

ประวัติความเป็นมาของ อินสตาแกรม - Instagram

Instagram ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาที่ ซานฟรานซิสโก โดย เควิน ซิสตรอม และ ไมเคิล ไมค์ ครีเกอร์ โดยคิดค้นโดยเน้นระบบ HTML5

ในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553 ซิสตรอม ได้ลงทุนอีก 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในการเพิ่มเติมแอปพลิเคชั่น
Instagram ได้เปิดตัวบน แอพสโตร์ ของ แอปเปิล ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553 หลังจากนั้น จอร์ช รีเดล ได้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ซึ่งในขณะนั้นในบริษัทมีพนักงานไม่ถึง 10 คน และต่อมา ก็ได้มีผู้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทเพิ่มเติม คือ เชน สวีนีย์ โดยเข้ามาใน เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ในตำแหน่งวิศวกร และ เจสสิกา โซลแมน ก็ได้เข้ามาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553
ต่อมาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2554 Instagram ได้เพิ่ม แฮชแท็ก ซึ่งเป็นระบบที่สามารถทำให้ป้ายชื่อที่พิมพ์ลงไปนั้น ค้นหาได้ง่ายขึ้น โดยการพิมพ์ "#" ตามด้วยป้ายชื่อที่จะพิมพ์ และต่อมาใน เดือนกันยายน Instagram ได้ปล่อยเวอร์ชั่น 2.0 ให้ดาวน์โหลด บน แอพสโตร์ โดยเพิ่มความสามารถของแอปหลายๆอย่าง
ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 Instagram ได้ประกาศผลกำไรของบริษัท โดยอยู่ที่ 7 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ The deal valued Instagram at around $25 million.
ต่อมาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555 หลังจากที่ได้รอคอยกันมานาน Instagram ได้ปล่อยแอปพลิเคชั่น ที่รองรับระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ และในสัปดาห์เดียวกัน บริษัทได้ประกาศผลกำไรของบริษัท โดยอยู่ที่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมูลค่าของบริษัทอยู่ที่ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555 Facebook ได้เข้ามาซื้อกิจการ ในราคา 1 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้ Facebook มีบริษัทที่กว้างขวางมากขึ้น โดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานบริษัทเฟซบุ๊คกล่าวว่า "committed to building and growing Instagram independently" โดยแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า จะมุ่งมั่นเพื่อสร้าง Instagram ให้ก้าวหน้าต่อไป และในปัจจุบัน Instagram เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่นิยมมากพอสมควร 
Cr : th.wikipedia.org

ยาวีด คาริม​​ (ผู้ร่วมก่อตั้งยูทูบ - Youtube)

เกิดเมื่อ: 28 ตุลาคม 2522
องค์กรที่ก่อตั้งขึ้น: ยูทูบ (Youtube) 
บริษัทผลิตภาพยนตร์: ยูทูบ

ปัจจุบันเว็บไซต์ยูทูบ (Youtube) อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Google Inc เนื่องจากในเดือนพฤศจิกายน 2549 ยูทูบถูกซื้อโดย กูเกิล ในราคา 1.65 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : th.wikipedia.org
​

แชด เฮอร์ลีย์​ ​​ (ผู้ร่วมก่อตั้งยูทูบ - Youtube)

เกิดเมื่อ: 24 มกราคม 2520, เมืองรีดดิ้ง, รัฐเพนซิลเวเนีย, อเมริกา​
องค์กรที่ก่อตั้งขึ้น: ยูทูบ (Youtube)
รางวัลที่ได้: รางวัลโปรดิวเซอร์ กิลด์ ออฟ อเมริกา สาขารางวัลแวนการ์ด
บริษัทผลิตภาพยนตร์: ยูทูบ


ปัจจุบันเว็บไซต์ยูทูบ (Youtube) อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Google Inc เนื่องจากในเดือนพฤศจิกายน 2549 ยูทูบถูกซื้อโดย กูเกิล ในราคา 1.65 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ที่มา : th.wikipedia.org​